Tuesday, November 28, 2017

for citrus season


We inherited lots of mature citrus trees in our backyard, and citrus season is almost here! Hooray! Just a couple more weeks until we have freshly squeezed orange juice in our fridge and orange slices with dinner every night. When we bought our house, I didn't realize what a blessing those trees would be. I am thankful for them (and for the original homeowners who planted them almost 40 years ago!).

4 comments:

  1. Now Season ?
    I want to see it
    But i live in thailand
    I think i Can't to see it

    goldenslot
    gclub

    goldenslot

    ReplyDelete
  2. หมอน’ เป็นอุปกรณ์ในการนอนที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่ง นอกเหนือไปจากที่นอนหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal มีรายงานในเรื่องนี้จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญการนอนที่ศูนย์การนอนในนครนิวยอร์ค
    พญ. Ana C. Krieger ผู้อำนวยการทางการแพทย์ของ Center for Sleep ที่ New York-Presbyterian/Weill Cornell Medical Center บอกว่า หมอนที่รองรับช่องว่างระหว่างศีรษะกับที่นอน เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญต่อสุขภาพของเรามาก เพราะหมอนที่ถูกต้องจะจัดให้สะโพก หลังและคอของเราเข้าที่และทำให้กระดูกสันหลังของเรารักษาระดับตรงได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้
    และแม้หมอนสมัยนี้จะมีให้เลือกอย่างหลากหลาย คุณหมอ Ana จัดหมอนไว้สองประเภทใหญ่ คือหมอนที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่นขนนุ่มละเอียดของสัตว์ปีก และที่เป็นวัสดุสังเคราะห์ เช่นโฟม และยาง Latex
    คุณหมอบอกว่า ข้อดีของวัสดุธรรมชาติ คือไม่ค่อยจะมีไรฝุ่น พับหรือจัดรูปง่าย นอกจากนี้ยังรักษาความเย็น และมีอายุการใช้งานนาน ในขณะที่หมอนทำจากวัสดุสังเคราะห์มีข้อดีตรงที่รักษารูปและระดับความสูง แต่อายุใช้งานนานราวๆ ครึ่งหนึ่งของหมอนธรรมชาติเท่านั้น
    ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการนอนผู้นี้แนะนำวิธีการเลือกหมอนไว้ว่า ประการแรก ผู้ซื้อจะต้องรู้ตัวเสียก่อนว่า ชอบนอนในลักษณะไหน นอนหงาย นอนคว่ำ หรือนอนตะแคงข้าง ต่อจากนั้นกำหนดความสูงและความหนาที่รู้สึกสบาย สุดท้ายเลือกประเภทและคุณภาพของหมอน
    ถ้าลังเลสงสัย ตัดสินใจไม่ได้ คุณหมอ Ana แนะนำว่า กัดฟันซื้อสองสามชนิดที่แตกต่างกัน แล้วทดลองใช้สักสองสามเดือน
    ข้อควรระวังสำหรับคนที่ชอบนอนหงาย ต้องระวังอย่าใช้หมอนที่ทำให้ศีรษะสูงกว่าคาง เพราะอาจทำให้ปวดต้นคอ คนที่ชอบนอนคว่ำก็ไม่ควรใช้หมอนที่ยกศีรษะสูงเกินไปเช่นเดียวกัน
    อีกข้อหนึ่งที่ต้องยอมรับ คือคนเราเปลี่ยนท่านอนโดยเฉลี่ยแล้วชั่วโมงละครั้ง เพราะฉะนั้นต้องแน่ใจว่าชนิดของหมอนที่เลือกจะทำให้นอนได้สบายตลอดทั้งคืน ซึ่งหมายความว่าสะโพก หลังและคอของเราเข้าที่และทำให้กระดูกสันหลังของเรารักษาระดับตรงได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้
    ข้อแนะนำส่งท้ายจากคุณหมอ Ana คือ ควรเปลี่ยนหมอนที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ทุกๆสองหรือสามปี และห้าถึงหกปีสำหรับหมอนที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ
    และหมอนควรมีผ้าหุ้มก่อนจะสวมด้วยปลอกหมอนที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อโปร่ง อากาศถ่ายเทได้ เพราะช่วยกันไรฝุ่นและลดความชื้นจากเหงื่อได้
    การทดสอบว่าถึงเวลาควรเปลี่ยนหมอนหรือยังนั้น สำหรับหมอนธรรมชาติ ถ้าตบแล้วฟื้นสภาพคืนความสูง นับว่ายังใช้ได้ ส่วนหมอนสังเคราะห์นั้น ถ้าพับแล้วไม่คืนที่ หมายความว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนเหมอนแล้ว

    หมอนที่ดี ที่เหมาะสำหรับ การนอนพักผ่อน หมอนยางพารา หมอนเพื่อสุขภาพที่ออกแบบมา โดยเฉพาะ เหมาะสำหรับคนที่นอน ไม่หลับ นอนละปวดคอ ปวดหัว
    การเลือกหมอนที่ดีนั้น ต้องคำนึงถึงวัตถุดิบ ของมัน ด้วย ทาง latexcenter ได้คัดสรรหมอน ที่ดี ละมีคุณภาพ ให้กับลูกค้า หมอน ที่ไม่มีไรฝุ่น ทำให้ไม่เกิดอาการภูมิแพ้

    www.latexcenter.co.th หมอนยางพาราแท้ ดีต่อสุขภาพ

    ReplyDelete
  3. สร้างเงินออนไลน์ด้วยการรุกตลาดจีน

    เราเพิ่งจบการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาไปหมาดๆ เกิดกระแสต่างๆ มากมาย เพราะนโยบายของทรัมป์ที่เป็นนักธุรกิจ และต้องการให้คนอเมริกา มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น โดยหลายครั้งที่เขาหาเสียงนั้น ได้เปรียบเทียบอเมริกากับประเทศจีนเสมอๆ ก็เพราะจีนเจริญก้าวหน้ามาก และเป็นประเทศที่ใครๆ ก็อยากทำการค้าด้วยแล้วทั้งนั้น!! แล้วไทยเราเองล่ะ.. หันมาจับตลาดจีนกันแล้วหรือยัง?

    ถ้าพูดถึง “คนจีน” หลายๆ คนอาจจะส่ายหน้า ทำปากเบ้ และไม่ชอบอย่างมากๆ คงจะเป็นอารมณ์เดียวกับที่หลายๆ คนเจอเพื่อนที่รู้จักมาหลอกสมัคร MLM ประมาณนั้น แต่ถ้าเราลองเปิดหู เปิดตา เปิดใจกันสักนิด จะรู้ได้ว่า ในสิ่งที่ไม่ชอบนั้น มีของดีซ่อนอยู่

    โดยในการทำการตลาดทั่วไปนั้น เราต้องมีการเลือก target group ของลูกค้า ลองมาดูกันว่า ทำไมเราต้องรุกไปที่ตลาดจีน ก่อนอื่น อยากจะขอเล่าประวัติความเป็นมาเป็นไปของประเทศจีนก่อนสักนิด เพื่อปูพื้นว่า ทำไมเราต้องมาให้ความสนใจกับคนในประเทศนี้ ทำไมเราต้องเข้าไปค้าขายกับคนจีน

    อย่างที่เราทราบกันดีว่า ประเทศจีน มีประชากรมากที่สุดในโลก ซึ่งตอนนี้มีอยู่ประมาณ 1,300 – 1,400 ล้านคน (อันดับ 2 คือ อินเดีย) และในปีนี้ ทางรัฐบาลได้ประกาศออกมาแล้วว่า ให้ 1 ครอบครัวสามารถมีลูกได้ 2 คน จากเดิมที่ให้มีลูกได้ 1 คนเท่านั้น แน่นอนว่า จะทำให้คนจีนมีประชากรเพิ่มขึ้นไปอีกเป็นจำนวนมหาศาล โดย ตลาดจีน ใหญ่มากกก

    ส่วนเมืองเศรษฐกิจของจีนนั้น เป็นเมืองที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันดี คือ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซิ่นเจิ้น ซึ่งทั้ง 3 เมืองนี้ ถือเป็นเมืองที่มีคนต่างชาติ เข้าไปทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก มีความเจริญของสถานที่ และการใช้จ่ายค่อนข้างสูง ส่วนเมืองที่ยากจนที่สุดของจีน คือ กุ้ยหยาง เป็นเมืองที่อยู่ของ หวงกว่อซู่ (น้ำตกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก) เพราะเมืองนี้ เป็นชาวเขาหลายเผ่าอยู่กันอย่างมากมาย เลยพัฒนาไปได้ช้า แต่ก็เป็นเมืองที่เริ่มมีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก เพราะที่ดินราคาถูก และมีโอกาสเติบโตได้

    มาดูเมืองเศรษฐกิจของจีน อย่างเซี่ยงไฮ้ กันบ้าง.. เซี่ยงไฮ้ ถึงแม้จะไม่ใช่เมืองหลวง แต่เป็นเมืองท่าที่สำคัญมากของจีน เซี่ยงไฮ้ เริ่มมีชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจด้วย ตั้งแต่สมัยซูสีไทเฮา จนเกิดเป็น ตำนานเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ที่หลายๆ ท่านคงเคยได้ดูกัน จริงๆ แล้วเซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองที่ไม่มีประวัติอะไรมากมาย แต่ด้วยความเป็นเมืองแห่งการทำธุรกิจนี่เอง ทำให้เซี่ยงไฮ้ มีประชากรอาศัยอยู่ถึง 30-40 ล้านคน เมืองๆ เดียวของจีน เกือบจะครึ่งประเทศของไทยเราแล้ว เริ่มเห็นความน่าสนใจของประเทศจีนกันหรือยังคะ?

    ลองมองง่ายๆ ถ้าจีนมีประชากรอยู่ 1,300 ล้านคน และถ้าเรามีสินค้าอยู่ 1 ชิ้น ที่จะนำไปขายที่ประเทศจีน ให้คนจีนได้ใช้สัก 1% ของประชากร คิดซิคะว่า จำนวนเงินมากมายมหาศาลแค่ไหน ที่เราจะได้กำไรกลับมา …

    แต่การเข้าไปรุก ตลาดจีน ในสมัยก่อน ทำได้ยากมาก ถึงมากที่สุด ทั้งในเรื่องการปิดประเทศทางกฏหมาย การเมือง เศรษฐกิจ การใช้ภาษาซึ่งเป็นภาษาจีน และการปิดกั้นเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้การค้าระหว่างประเทศที่คนไทยเราจะเข้าไปนั้น ลำบากมาก แต่ในปัจจุบันการค้าขายกับคนจีนง่ายขึ้นมาก สิ่งที่ได้พบล่าสุดจากการไปเยี่ยมเยียนที่เซี่ยงไฮ้มาพบว่า คนจีนเรียนรู้เทคโนโลยีได้เร็วมาก เวลาซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ไม่มีการพกเงินสดกันแล้ว ชำระผ่าน alipay และ wechat กันทั้งนั้น (ถ้าเจอ qr code ที่นี่ จง scan ผ่าน wechat เท่านั้น) และเกือบ 80% ของคนที่นี่ มีการใช้ smartphone ในการทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดเวลา ถ้าด้านการสื่อสาร wechat มาเป็นอันดับ 1 ของเมืองจีน ถ้าคนจีนจะซื้อขายของก็ต้อง Tmall แต่ถ้าจะส่งนอกก็ต้อง alibaba, aliexpress ของ jack ma นั่นเอง และแน่นอนว่า ยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดออนไลน์ ที่รวมคนใช้ไว้มากที่สุดคือ Baidu

    Baidu คือ บริษัท Search Engine อันดับ 2 ของโลก รองจาก google ที่พวกเราใช้กันอยู่นี่เอง ซึ่ง baidu นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ search engine แต่ baidu ยังมีผลิตภัณฑ์อีกมากมาย โดยแยกเป็น app ที่ใช้บน pc หรือ app ที่ใช้บนมือถือ ยอดนิยมก็ได้แก่ Photo wonder, Hao123, Du browser และ Baidu map

    ทางเรา บริษัท ไทยเลียนหวัง เป็นเจ้าแรก ของเมืองไทย ที่ทำการเจาะตลาดจีน
    ได้มีประสิทธิภาพ และมี การประสบความสำเร็จมากที่สุด
    www.ตลาดจีน.com

    ReplyDelete
  4. สร้างเงินออนไลน์ด้วยการรุกตลาดจีน

    เราเพิ่งจบการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาไปหมาดๆ เกิดกระแสต่างๆ มากมาย เพราะนโยบายของทรัมป์ที่เป็นนักธุรกิจ และต้องการให้คนอเมริกา มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น โดยหลายครั้งที่เขาหาเสียงนั้น ได้เปรียบเทียบอเมริกากับประเทศจีนเสมอๆ ก็เพราะจีนเจริญก้าวหน้ามาก และเป็นประเทศที่ใครๆ ก็อยากทำการค้าด้วยแล้วทั้งนั้น!! แล้วไทยเราเองล่ะ.. หันมาจับตลาดจีนกันแล้วหรือยัง?

    ถ้าพูดถึง “คนจีน” หลายๆ คนอาจจะส่ายหน้า ทำปากเบ้ และไม่ชอบอย่างมากๆ คงจะเป็นอารมณ์เดียวกับที่หลายๆ คนเจอเพื่อนที่รู้จักมาหลอกสมัคร MLM ประมาณนั้น แต่ถ้าเราลองเปิดหู เปิดตา เปิดใจกันสักนิด จะรู้ได้ว่า ในสิ่งที่ไม่ชอบนั้น มีของดีซ่อนอยู่

    โดยในการทำการตลาดทั่วไปนั้น เราต้องมีการเลือก target group ของลูกค้า ลองมาดูกันว่า ทำไมเราต้องรุกไปที่ตลาดจีน ก่อนอื่น อยากจะขอเล่าประวัติความเป็นมาเป็นไปของประเทศจีนก่อนสักนิด เพื่อปูพื้นว่า ทำไมเราต้องมาให้ความสนใจกับคนในประเทศนี้ ทำไมเราต้องเข้าไปค้าขายกับคนจีน

    อย่างที่เราทราบกันดีว่า ประเทศจีน มีประชากรมากที่สุดในโลก ซึ่งตอนนี้มีอยู่ประมาณ 1,300 – 1,400 ล้านคน (อันดับ 2 คือ อินเดีย) และในปีนี้ ทางรัฐบาลได้ประกาศออกมาแล้วว่า ให้ 1 ครอบครัวสามารถมีลูกได้ 2 คน จากเดิมที่ให้มีลูกได้ 1 คนเท่านั้น แน่นอนว่า จะทำให้คนจีนมีประชากรเพิ่มขึ้นไปอีกเป็นจำนวนมหาศาล โดย ตลาดจีน ใหญ่มากกก

    ส่วนเมืองเศรษฐกิจของจีนนั้น เป็นเมืองที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันดี คือ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซิ่นเจิ้น ซึ่งทั้ง 3 เมืองนี้ ถือเป็นเมืองที่มีคนต่างชาติ เข้าไปทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก มีความเจริญของสถานที่ และการใช้จ่ายค่อนข้างสูง ส่วนเมืองที่ยากจนที่สุดของจีน คือ กุ้ยหยาง เป็นเมืองที่อยู่ของ หวงกว่อซู่ (น้ำตกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก) เพราะเมืองนี้ เป็นชาวเขาหลายเผ่าอยู่กันอย่างมากมาย เลยพัฒนาไปได้ช้า แต่ก็เป็นเมืองที่เริ่มมีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก เพราะที่ดินราคาถูก และมีโอกาสเติบโตได้

    มาดูเมืองเศรษฐกิจของจีน อย่างเซี่ยงไฮ้ กันบ้าง.. เซี่ยงไฮ้ ถึงแม้จะไม่ใช่เมืองหลวง แต่เป็นเมืองท่าที่สำคัญมากของจีน เซี่ยงไฮ้ เริ่มมีชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจด้วย ตั้งแต่สมัยซูสีไทเฮา จนเกิดเป็น ตำนานเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ที่หลายๆ ท่านคงเคยได้ดูกัน จริงๆ แล้วเซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองที่ไม่มีประวัติอะไรมากมาย แต่ด้วยความเป็นเมืองแห่งการทำธุรกิจนี่เอง ทำให้เซี่ยงไฮ้ มีประชากรอาศัยอยู่ถึง 30-40 ล้านคน เมืองๆ เดียวของจีน เกือบจะครึ่งประเทศของไทยเราแล้ว เริ่มเห็นความน่าสนใจของประเทศจีนกันหรือยังคะ?

    ลองมองง่ายๆ ถ้าจีนมีประชากรอยู่ 1,300 ล้านคน และถ้าเรามีสินค้าอยู่ 1 ชิ้น ที่จะนำไปขายที่ประเทศจีน ให้คนจีนได้ใช้สัก 1% ของประชากร คิดซิคะว่า จำนวนเงินมากมายมหาศาลแค่ไหน ที่เราจะได้กำไรกลับมา …

    แต่การเข้าไปรุก ตลาดจีน ในสมัยก่อน ทำได้ยากมาก ถึงมากที่สุด ทั้งในเรื่องการปิดประเทศทางกฏหมาย การเมือง เศรษฐกิจ การใช้ภาษาซึ่งเป็นภาษาจีน และการปิดกั้นเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้การค้าระหว่างประเทศที่คนไทยเราจะเข้าไปนั้น ลำบากมาก แต่ในปัจจุบันการค้าขายกับคนจีนง่ายขึ้นมาก สิ่งที่ได้พบล่าสุดจากการไปเยี่ยมเยียนที่เซี่ยงไฮ้มาพบว่า คนจีนเรียนรู้เทคโนโลยีได้เร็วมาก เวลาซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ไม่มีการพกเงินสดกันแล้ว ชำระผ่าน alipay และ wechat กันทั้งนั้น (ถ้าเจอ qr code ที่นี่ จง scan ผ่าน wechat เท่านั้น) และเกือบ 80% ของคนที่นี่ มีการใช้ smartphone ในการทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดเวลา ถ้าด้านการสื่อสาร wechat มาเป็นอันดับ 1 ของเมืองจีน ถ้าคนจีนจะซื้อขายของก็ต้อง Tmall แต่ถ้าจะส่งนอกก็ต้อง alibaba, aliexpress ของ jack ma นั่นเอง และแน่นอนว่า ยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดออนไลน์ ที่รวมคนใช้ไว้มากที่สุดคือ Baidu

    Baidu คือ บริษัท Search Engine อันดับ 2 ของโลก รองจาก google ที่พวกเราใช้กันอยู่นี่เอง ซึ่ง baidu นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ search engine แต่ baidu ยังมีผลิตภัณฑ์อีกมากมาย โดยแยกเป็น app ที่ใช้บน pc หรือ app ที่ใช้บนมือถือ ยอดนิยมก็ได้แก่ Photo wonder, Hao123, Du browser และ Baidu map

    ทางเรา บริษัท ไทยเลียนหวัง เป็นเจ้าแรก ของเมืองไทย ที่ทำการเจาะตลาดจีน
    ได้มีประสิทธิภาพ และมี การประสบความสำเร็จมากที่สุด
    www.ตลาดจีน.com

    ReplyDelete

Hello! Thank you for your comment. I'd love to respond, and it is much easier if your account is linked to your email address. Or, you could just email me at barefootstephanie@gmail.com. Thank you!